พระพุทธประวัติแบบรวม

ลพ.ปราโมทย์ ปาโมชฺโช:รู้ทันกันหลง540731

หลวงพ่อธี:อนัตตาสุดยอด 54-07-02

ปรุะวัติถ้ำเมืองนะ ต.เมืองนะ อ.เชียงดาว จ.เชียงใหม่

วิดีโอสอนการทำน้ำหมักป้าเช็ง SuperCheng TV ฉบับเต็ม 1.58 ชม.

วันพฤหัสบดีที่ 19 พฤษภาคม พ.ศ. 2554

ขอเชิญชวนร่วมงานธรรมะบรรยายและปฏิบัติธรรม

ที่มา รุ่งฟ้า สารธรรมล้านนา

1.บัญชี...บุญ บัญชี..บาป วันศุกร์นี้แล้วค่ะ
คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่

ขอเชิญร่วมฟังการบรรยาย และ ปฏิบัติธรรม
ณ.หอธรรมทัศน์ ตึกสงฆ์ ชั้น 5
โรงพยาบาล มหาราชนครเชียงใหม่
วัน ศุกร์ที่ 20 พฤษภาคม 2554
เวลา 13.00น.-16.00น.
โดย ดร.สนอง วรอุไร
ในหัวข้อเรื่อง บัญชี...บุญ บัญชี..บาป
ในโครงการ ธรรมทัศน์..เพื่อชีวิต ฟรี! ทุกอย่าง
จอดรถ ที่ลานจอดข้างปั้มน้ำมันปิโตนัส หน้าโรงพยาบาลมหาราชนครเชียงใหม่
มีรถรับส่งจากลานจอดรถถึงตึกสงฆ์อาพาธ ตั้งแต่เวลา 12.00น.-13.00น. และเวลา 15.30น.

คลิกลิงค์ไปยังเวปค่ะ http://bit.ly/jiNTYX


2.เชิญร่วมเป็นเจ้าภาพจัดทำซีดี และหนังสือ ธรรมะ แจกเป็นธรรมทานในงาน
ธรรมะเปลี่ยนชีวิตครั้งที่ 4
*วันเสาร์ ที่ 2 กรกฎาคม 2554
และธรรมะเปลี่ยนชีวิตครั้งที่ 5
*วันอาทิตย์ ที่ 31 กรกฎาคม 2554

รายชื่อหนังสือ ที่จะจัดพิมพ์แจกเป็นธรรมทานครั้งที่4

1.ทศบารมี โดย ดร.สนอง วรอุไร

2.จดหมายถึงพ่อแก่ โดย หลวงพ่อเอี้ยน

3.พระธรรมเทศนา โดย หลวงปู่ทอง

4.ทางเดินสู่พระนิพพาน โดย หลวงพ่อธี(ได้จัดพิมพ์เสร็จแล้ว)

รายชื่อหนังสือ ที่จะจัดพิมพ์แจกเป็นธรรมทานครั้งที่5

1.จิตตสิกขา โดย หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช

2.ลงทุนข้ามชาติ โดย ดร.สนอง วรอุไร
3.(ยังไม่ระบุ)
4.(ยังไม่ระบุ)

ซีดีที่แจกเป็นธรรมทานธรรมะเปลี่ยนชีวิตครั้งที่ 4 คือธรรมะบรรยายของ

1.พระธรรมมังคลาจารย์ สิริมฺงคโล(หลวงปู่ทอง)
2.พระครูวินัยธรทรงศักดิ์ วิโนทโก(หลวงพ่อเอี้ยน)
3.หลวงพ่อธี วิจิตฺตธมฺโม
4. ดร.สนอง วรอุไร
ซีดีที่แจกเป็นธรรมทานธรรมะเปลี่ยนชีวิตครั้งที่ 5 คือธรรมะบรรยายของ

1.หลวงตาศิริ อินทฺสิริ

2.ดร.สนอง วรอุไร

3.ดร.บรรจบ บรรณรุจิ

4.หลวงพ่อ ปราโมทย์ ปาโมชฺโช

*หากท่านมีจิตศรัทธา ต้องการเป็นเจ้าภาพธรรมทานในครั้งนี้ ร่วมกับชมรมสารธรรมล้านนากรุณาโอนเงินเข้าบัญชี ชื่อบัญชี *

* น.ส. พัฒนนุช ชนะนนท์ และ พญ.ดุลยา ไชยเศรษฐ(ชมรมสารธรรมล้านนา)*

ธนาคารกสิกรไทย สาขาช้างเผือก

บัญชี-ออมทรัพย์ เลขที่ 279-2-05700-9

กรุณาแฟกซ์แจ้งการโอนที่เบอร์โทร053-215-561,053-388132

E-mail: rungfa_cdt@hotmail.co.th

  1. หรือ โทรแจ้ง คุณ รุ่งฟ้า อุดมวงศ์ 081-8838062
****มีฟอร์ม มาให้กรอกแล้วค่ะ หากใครบริจาคแล้วรบกวนกรอกข้อมูลตรงฟอร์มนี้ค่ะ
https://spreadsheets.google.com/viewform?formkey=dEZHanVPbnBDeEo0cEhsYlpjRW5hR1E6MA
*****ตรวจ ดูรายชื่อผู้บริจาค ได้ที่นี่
https://spreadsheets.google.com/ccc?key=tFGjuOnpCxJ4pHlbZcEnaGQ#
(ส่วน ที่ทำส่วนนี้ เป็นส่วนของความรับผิดชอบของแหวว-รุ่งฟ้า อุดมวงศ์ ที่รับทราบเท่านั้น ซึ่งไม่ใช่ผู้ถือบัญชี จึงไม่สามารถนำมาเสนอได้หมดนำมาแต่เท่าที่รับทราบรับรู้เท่านั้นค่ะ ยังมี ที่พญ.ดุลยา ไชยเศรษฐ กับ คุณ พัฒนนุช ชนะนนท์เหรัญญิกอีกนะคะ)

ขออภัยที่มีการเปลี่ยนแปลงบ่อยตามงานที่จัดค่ะ แต่เข้าบัญชีเดียวกันค่ะ สาธุๆๆ

แก้ไขล่าสุด ใน วันพุธที่ 18 พฤษภาคม 2011 เวลา 19:01 น.
คลิกลิงค์ไปยังเวปค่ะ http://bit.ly/it2q3N

3.ธรรมเปลี่ยนชีวิต ครั้งที่4
ด่วน!ธรรมเปลี่ยนชีวิต ครั้งที่4 วันที่ 3ก.ค.54 ได้งดการจัด
ณ หอประชุม มหาวิทยาลัยเชียงใหม่และเปลี่ยนวันที่จัดเป็นวันเสาร์ที่ 2 ก.ค.54


ธรรมะเปลี่ยนชีวิต ครั้งที่ 4
มหาวิทยาลัยแม่โจ้ ร่วมกับ ชมรมสารธรรมล้านนา
ขอเชิญชวนชาวเชียงใหม่และจั งหวัดใกล้เคียง มาร่วมฟังการบรรยาย และปฏิบัติธรรม
วัน เสาร์ 2 กรกฎาคม 2554 ณ ศูนย์กีฬากาญจณาภิเษก รัชกาลที่ 9 ม.แม่โจ้(องค์บรรยายเดิม)
เวลา 7.00 น.-17.00น. ...ฟรี!..ทุกอย่างค่ะ
ในงานมีการแจกหนังสือธรรมะ-ซีดีธรรมะ
โรงทานเปิดตั้งแต่ 06.00น. "มีอาหารและเครื่องดื่มฟรีตลอดงาน"
ขอเชิญร่วมเป็นเจ้าภาพ โรงทาน,หนังสือ,ซีดี,และอื่นๆ ได้ที่
พญ.ดุลยา ไชยเศรษฐ ประธานชมรม หรือโชตนาคลินิก โทร.081-7163960,053-215561
หรือ คลิกดูรายละเอียดตามลิงค์ ข้างล่างนี้ค่ะ
www.saratamlanna.net/index.php?option=com_content&view=article&id=187:tamboon-tamma4&catid=53:slides

สามารถ ร่วมสนับสนุน บัญชี ชมรมสารธรรมล้านนา

ทางธนาคารกสิกรไทยจำกัด สาขาช้างเผือก

บัญชีออมทรัพย์ เลขที่ 279-2-05700-9


องค์บรรยายในงาน ธรรมะเปลี่ยนชีวิต ครั้งที่ 4
อาทิตย์ที่ 3 กรกฎาคม 2554
1.พระธรรมมังคลาจารย์ สิริมงฺคโล(หลวงปู่ทอง) : อยู่เหนือมาร

2.พระครูวินัยธรทรงศักดิ์ วิโนทโก(หลวงพ่อเอี้ยน) :ปฏิจจสมุปบาท

3.หลวงพ่อธี วิจิตฺตธมฺโม : อนัตตา สุดยอด
4. ดร.สนอง วรอุไร : จากกระพี้ ถึงแก่นธรรม



ขออนุโมทนา บ.ทรีโอ แอดเวอร์ไทซิ่ง แอนด์ มีเดีย จำกัด ช่วยออกแบบโปสเตอร์ ให้ฟรีค่ะ
อาจมีการเปลี่ยนแปลง วันเวลาสถานที่ หัวข้อบรรยาย ผู้บรรยาย ตามความเหมาะสม
โปรดสอบถามหรือติดตามข้อมูล ที่ www.saratamlanna.net ค่ะ
คลิกลิงค์ไปยังเวปค่ะ http://bit.ly/lRoeTQ

4.ธรรมะเปลี่ยนชีวิต ครั้งที่ 5
มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ร่วมกับ ชมรมสารธรรมล้านนา
ขอเชิญชวนชาวเชียงใหม่และจังหวัดใกล้เคียง มาร่วมฟังการบรรยาย และปฏิบัติธรรม
วันอาทิตย์ที่ 31 กรกฎาคม 2554 ณ หอประชุมมหาวิทยาลัยเชียงใหม่
เวลา 7.00 น.-17.00น. ...ฟรี!..ทุกอย่างค่ะ
ในงานมีการแจกหนังสือธรรมะ-ซีดีธรรมะ
โรงทานเปิดตั้งแต่ 06.00น. "มีอาหารและเครื่องดื่มฟรีตลอดงาน"
ขอเชิญร่วมเป็นเจ้าภาพ โรงทาน,หนังสือ,ซีดี,และอื่นๆ ได้ที่
พญ.ดุลยา ไชยเศรษฐ ประธานชมรม หรือโชตนาคลินิก โทร.081-7163960,053-215561
หรือชมรายละเอียด ลิงค์นี้ค่ะ
www.saratamlanna.net/index.php?option=com_content&view=article&id=187:tamboon-tamma4&catid=53:slides
สามารถ ร่วมสนับสนุน บัญชี ชมรมสารธรรมล้านนา
ทางธนาคารกสิกรไทยจำกัด สาขาช้างเผือก
บัญชีออมทรัพย์ เลขที่ 279-2-05700-9

องค์บรรยายในงาน ธรรมะเปลี่ยนชีวิต ครั้งที่ 5

1.หลวงตาศิริ อินทฺสิริ หัวข้อบรรยายธรรม:อริยมรรค ทางพ้นทุกข์

2.ดร.สนอง วรอุไร และดร.บรรจบ บรรณ รุจิ ได้ร่วมสนทนาและบรรยายธรรมในหัวข้อ:รู้ทันทวนกระแสโลก

3.หลวงพ่อ ปราโมทย์ ปาโมชฺโช หัวข้อบรรยายธรรม: รู้ทันกันหลง

ขออนุโมทนา บ.ทรีโอ แอดเวอร์ไทซิ่ง แอนด์ มีเดีย จำกัด ช่วยออกแบบโปสเตอร์ ให้ฟรีค่ะ
อาจมีการเปลี่ยนแปลง วันเวลาสถานที่ หัวข้อบรรยาย ผู้บรรยาย ตามความเหมาะสม
โปรดสอบถามหรือติดตามข้อมูล ที่ www.saratamlanna.net ค่ะ

5.โครงการธรรมทัศน์ เพื่อชีวิต
ตาราง โปรแกรมธรรมบรรยาย..."โครงการธรรมทัศน์ เพื่อชีวิต"
ทุกวันศุกร์ที่ 2 ของเดือน ประจำปี 2554 เวลา 13.00น.-15.30น.
ณ.หอธรรมทัศน์ ตึกสงฆ์ ชั้น 5 โรงพยาบาลมหาราชนครเชียงใหม่
จัดโดย..คณะแพทย์ศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่
หมายเหตุ: อาจมีการเปลี่ยนแปลงหัวข้อการบรรยาย,ผู้บรรยาย ตามความเหมาะสม
จอดรถ ที่ลานจอดข้างปั้มน้ำมันปิโตนัส หน้าโรงพยาบาลมหาราชนครเชียงใหม่
มีรถรับส่งจากลานจอดรถถึงตึกสงฆ์อาพาธ ตั้งแต่เวลา 12.00น.-13.00น. และเวลา 15.3
ด่วน!ขอแก้ไข เปลี่ยนวันบรรยายจากวันที่ 13 พฤษภาคม 2554 โดย ดร.สนอง วรอุลัย
เป็นวันที่ 20พฤษภาคม 2554 เนื่องจากวันที่13 เป็นวันพืชมงคล ขออภัยมายังณ ทีนี้ด้วยค่ะ

คลิกลิ้งค์นี้ไปยังเวป http://bit.ly/jHAuKG

5.ชมรมสารธรรมล้านนา ใคร่ขอเรียนเชิญ
อาสาสมัครช่วยแรงงาน จำนวนมาก

ในงานธรรมะเปลี่ยนชีวิต ครั้งที่4 และ5
1.ธรรมะเปลี่ยนชีวิตครั้งที่4 วันเสาร์ที่ 2 ก.ค.54 (ช่วย วันที่1และ2 ก.ค. 54)

2. ธรรมะเปลี่ยนชีวิตครั้งที่5 วันอาทิตย์ที่ 31 ก.ค.54(ช่วยวันที่ 30และ31)
พญ. ดุลยา ไชยเศรษฐ ประธานชมรมสารธรรมล้านนา
จึงใคร่ขอความกรุณา
ช่วยเหลือหาอาสาสมัครด้วยค่ะ
ขออนุโมทนาบุญ ล่วงหน้าด้วยค่ะ
ส่ง ชื่อ ที่อยู่ อายุ และ อีเมล์...มายัง อีเมล์
rungfa_cdt@hotmail.co.th

ขออนุโมทนาบุญล่วงหน้าค่ะ(ต้องการ 50ท่านค่ะ)
หรือติดต่อที่www.saratamlanna.net
ถึงแม้จะมีการเปลี่ยนสถานที่ตามประกาศที่ลิงค์นี้
http://saratamlanna.net/index.php?option=com_content&view=article&id=171:tamma-prean-chevit-4&catid=53:slides
ก็ยังรับสมัครอยู่นะคะ ยิ่งต้องการเพิ่มขึ้นอีกค่ะ สาธุๆๆ






ขออนุโมทนา สาธุที่ได้อ่านลงมาจนจบนะคะ สาธุๆๆ

รุ่งฟ้า อุดมวงศ์ (แหวว)

-ห้องธรรมะใจสว่างเชียงดาว
-ชมรมสารธรรมล้านนา
-หจก.เชียงดาวเทค คอมพิวเตอร์
081-8838062
WEBMASTER&SUPPORT
http://www.saratamlanna.net/
http://jaisawang.net/
http://jaisawang.multiply.com/
https://picasaweb.google.com/SARATAMLANNA
http://www.youtube.com/user/saratamlanna
http://soundcloud.com/saratamlanna
http://www.4shared.com/u/qxqckkkI/lanna.html
http://chiangdaotech.com/

*สัพทานัง ธรรมทานัง ชินาติ*
*การให้ธรรมะ ชนะการให้ทั้งปวง*

อลังการงานสร้างค่ะ ธรรมเปลี่ยนชีวิตครั้งที่4 ลองคลิกเล่นดูสิค่ะ ขออนุโมทนาพี่ยา มายา โกลออล ที่ช่วยทำวีดีโอสปอร์ตโฆษณานี้ให้นะคะ สาธุๆๆค่ะ

วันพุธที่ 18 พฤษภาคม พ.ศ. 2554

ธรรมสวัสดี ทำความดีตามความถนัด

ที่มา Voice TV









เนื่องในวันวิสาขบูชา เสถียรธรรมสถานจัดงานเฉลิมฉลองพุทธชยันตี 2600 ปี ด้วยการจัดทำนิตยสารธรรมะสวัสดี เพื่อแจกให้พุทธศาสนิกชนนำหลักธรรมที่เข้าใจง่ายไปปฏิบัติใช้ในชีวิตประจำ วัน พร้อมบอกเคล็ดลับการทำความดีตามความถนัดของแต่ละคน

บรรณาธิการ 39 คนจากสาขาอาชีพต่างๆ ร่วมใจสืบทอดพระธรรมด้วยการออกแบบนิตยสารธรรมสวัสดี ตามความถนัด 39 รูปแบบ เช่น สุนิสา บุญเลี้ยง /เรืองศักดิ์ ปิ่นประทีป และ คุณอุบลรัตน์ ช่อธีระพฤกษ์ นักเขียนหนังสือเคล็บลับทำอาหารชื่อดัง ที่มีจิตอาสาร่วมแบ่งปันพระธรรมด้วยข้อคิดจากการเข้าครัว
ธรรมะสวัสดี เป็นนิตยสารรายเดือน ที่เสถียรธรรมสถานจัดทำขึ้น เพื่อเฉลิมฉลองพุทธชยันตี 2600 ปี ในโอกาสพระพุทธเจ้าตรัสรู้ ในวันวิสาขบูชา โดยใช้การสืบทอดพระธรรมในรูปแบบธรรมะร่วมสมัยที่คนทั่วไปเข้าใจได้
นอกจากการถ่ายทอดธรรมมะผ่านตัวอักษรแล้ว ยังคนดังใช้ความถนัดของพวกเขาร่วมส่งเสริมสืบทอดพุทธศาสนาอีก เช่นเดียวกับหมิว ลลิตา / ป๊อด โมเดิร์นด๊อก/ อ๊อฟ ศุภณัฐ และน้องพอฟ้า จะชักชวนให้ผู้คนมาปฏิบัติธรรมผ่านภาพยนตร์โฆษณา ที่จะออกอากาศเร็วๆ นี้
นอกจากนี้ แม่ชีศันสนีย์ ได้ทิ้งท้ายฝากธรรมมะวันวิสาขบูชา ให้ชาวพุทธศาสนิกชนพึงระลึกไว้เพื่อใช้ชีวิตอย่างมีความสุข

ขอเชิญร่วมฟังการบรรยาย และ ปฏิบัติธรรม

ที่มา jaisawang

1.บัญชี...บุญ บัญชี..บาป วันศุกร์นี้แล้วค่ะ
คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่

ขอเชิญร่วมฟังการบรรยาย และ ปฏิบัติธรรม
ณ.หอธรรมทัศน์ ตึกสงฆ์ ชั้น 5
โรงพยาบาล มหาราชนครเชียงใหม่
วัน ศุกร์ที่ 20 พฤษภาคม 2554
เวลา 13.00น.-16.00น.
โดย ดร.สนอง วรอุไร
ในหัวข้อเรื่อง บัญชี...บุญ บัญชี..บาป
ในโครงการ ธรรมทัศน์..เพื่อชีวิต ฟรี! ทุกอย่าง
จอดรถ ที่ลานจอดข้างปั้มน้ำมันปิโตนัส หน้าโรงพยาบาลมหาราชนครเชียงใหม่
มีรถรับส่งจากลานจอดรถถึงตึกสงฆ์อาพาธ ตั้งแต่เวลา 12.00น.-13.00น. และเวลา 15.30น.

คลิกลิงค์ไปยังเวปค่ะ http://bit.ly/jiNTYX


2.เชิญร่วมเป็นเจ้าภาพจัดทำซีดีและหนังสือธรรมะ

แจกเป็นธรรมทานในงาน
ธรรมะเปลี่ยนชีวิตครั้งที่ 4
วันอาทิตย์ที่ 3 กรกฎาคม 2554

รายชื่อหนังสือ ที่จะจัดพิมพ์แจกเป็นธรรมทาน

1.ทศบารมี โดย ดร.สนอง วรอุไร

2.จดหมายถึงพ่อแก่ โดย หลวงพ่อเอี้ยน

3.พระธรรมเทศนา โดย หลวงปู่ทอง

4.ทางเดินสู่พระนิพพาน โดย หลวงพ่อธี(ได้จัดพิมพ์เสร็จแล้ว)

ซีดีที่แจกเป็นธรรมทานคือธรรมะบรรยายของ

1.พระธรรมมังคลาจารย์ สิริมฺงคโล(หลวงปู่ทอง)
2.พระครูวินัยธรทรงศักดิ์ วิโนทโก(หลวงพ่อเอี้ยน)
3.หลวงพ่อธี วิจิตฺตธมฺโม
4. ดร.สนอง วรอุไร

*หากท่านมีจิตศรัทธา ต้องการเป็นเจ้าภาพธรรมทานในครั้งนี้ ร่วมกับชมรมสารธรรมล้านนากรุณาโอนเงินเข้าบัญชี ชื่อบัญชี *

* น.ส. พัฒนนุช ชนะนนท์ และ พญ.ดุลยา ไชยเศรษฐ(ชมรมสารธรรมล้านนา)*

ธนาคารกสิกรไทย สาขาช้างเผือก

บัญชี-ออมทรัพย์ เลขที่ 279-2-05700-9

กรุณาแฟกซ์แจ้งการโอนที่เบอร์โทร053-215-561 begin_of_the_skype_highlighting 053-215-561 end_of_the_skype_highlighting,053-388132 begin_of_the_skype_highlighting 053-388132 end_of_the_skype_highlighting

E-mail: rungfa_cdt@hotmail.co.th

  1. หรือ โทรแจ้ง คุณ รุ่งฟ้า อุดมวงศ์ 081-8838062 begin_of_the_skype_highlighting 081-8838062 end_of_the_skype_highlighting
****มีฟอร์ม มาให้กรอกแล้วค่ะ หากใครบริจาคแล้วรบกวนกรอกข้อมูลตรงฟอร์มนี้ค่ะ
https://spreadsheets.google.com/viewform?formkey=dEZHanVPbnBDeEo0cEhsYlpjRW5hR1E6MA
*****ตรวจ ดูรายชื่อผู้บริจาค ได้ที่นี่
https://spreadsheets.google.com/ccc?key=tFGjuOnpCxJ4pHlbZcEnaGQ#
(ส่วน ที่ทำส่วนนี้ เป็นส่วนของความรับผิดชอบของแหวว-รุ่งฟ้า อุดมวงศ์ ที่รับทราบเท่านั้น ซึ่งไม่ใช่ผู้ถือบัญชี จึงไม่สามารถนำมาเสนอได้หมดนำมาแต่เท่าที่รับทราบรับรู้เท่านั้นค่ะ ยังมี ที่พญ.ดุลยา ไชยเศรษฐ กับ คุณ พัฒนนุช ชนะนนท์เหรัญญิกอีกนะคะ)

คลิกลิงค์ไปยังเวปค่ะ http://bit.ly/it2q3N

3.ธรรมเปลี่ยนชีวิต ครั้งที่4
ด่วน!ธรรมเปลี่ยนชีวิต ครั้งที่4 วันที่ 3ก.ค.54 ได้งดการจัด
ณ หอประชุม มหาวิทยาลัยเชียงใหม่และเปลี่ยนวันที่จัดเป็นวันเสาร์ที่ 2 ก.ค.54


ธรรมะเปลี่ยนชีวิต ครั้งที่ 4
มหาวิทยาลัยแม่โจ้ ร่วมกับ ชมรมสารธรรมล้านนา
ขอเชิญชวนชาวเชียงใหม่และจั งหวัดใกล้เคียง มาร่วมฟังการบรรยาย และปฏิบัติธรรม
วัน เสาร์ 2 กรกฎาคม 2554 ณ ศูนย์กีฬากาญจณาภิเษก รัชกาลที่ 9 ม.แม่โจ้(องค์บรรยายเดิม)
เวลา 7.00 น.-17.00น. ...ฟรี!..ทุกอย่างค่ะ
ในงานมีการแจกหนังสือธรรมะ-ซีดีธรรมะ
โรงทานเปิดตั้งแต่ 06.00น. "มีอาหารและเครื่องดื่มฟรีตลอดงาน"
ขอเชิญร่วมเป็นเจ้าภาพ โรงทาน,หนังสือ,ซีดี,และอื่นๆ ได้ที่
พญ.ดุลยา ไชยเศรษฐ ประธานชมรม หรือโชตนาคลินิก โทร.081-7163960,053-215561 begin_of_the_skype_highlighting 053-215561 end_of_the_skype_highlighting
หรือ คลิกดูรายละเอียดตามลิงค์ ข้างล่างนี้ค่ะ
www.saratamlanna.net/index.php?option=com_content&view=article&id=187:tamboon-tamma4&catid=53:slides

สามารถ ร่วมสนับสนุน บัญชี ชมรมสารธรรมล้านนา

ทางธนาคารกสิกรไทยจำกัด สาขาช้างเผือก

บัญชีออมทรัพย์ เลขที่ 279-2-05700-9


องค์บรรยายในงาน ธรรมะเปลี่ยนชีวิต ครั้งที่ 4
อาทิตย์ที่ 3 กรกฎาคม 2554
1.พระธรรมมังคลาจารย์ สิริมงฺคโล(หลวงปู่ทอง) : อยู่เหนือมาร

2.พระครูวินัยธรทรงศักดิ์ วิโนทโก(หลวงพ่อเอี้ยน) :ปฏิจจสมุปบาท

3.หลวงพ่อธี วิจิตฺตธมฺโม : อนัตตา สุดยอด
4. ดร.สนอง วรอุไร : จากกระพี้ ถึงแก่นธรรม



ขออนุโมทนา บ.ทรีโอ แอดเวอร์ไทซิ่ง แอนด์ มีเดีย จำกัด ช่วยออกแบบโปสเตอร์ ให้ฟรีค่ะ
อาจมีการเปลี่ยนแปลง วันเวลาสถานที่ หัวข้อบรรยาย ผู้บรรยาย ตามความเหมาะสม
โปรดสอบถามหรือติดตามข้อมูล ที่ www.saratamlanna.net ค่ะ
คลิกลิงค์ไปยังเวปค่ะ http://bit.ly/lRoeTQ

4.ธรรมะเปลี่ยนชีวิต ครั้งที่ 5
มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ร่วมกับ ชมรมสารธรรมล้านนา
ขอเชิญชวนชาวเชียงใหม่และจังหวัดใกล้เคียง มาร่วมฟังการบรรยาย และปฏิบัติธรรม
วันอาทิตย์ที่ 31 กรกฎาคม 2554 ณ หอประชุมมหาวิทยาลัยเชียงใหม่
เวลา 7.00 น.-17.00น. ...ฟรี!..ทุกอย่างค่ะ
ในงานมีการแจกหนังสือธรรมะ-ซีดีธรรมะ
โรงทานเปิดตั้งแต่ 06.00น. "มีอาหารและเครื่องดื่มฟรีตลอดงาน"
ขอเชิญร่วมเป็นเจ้าภาพ โรงทาน,หนังสือ,ซีดี,และอื่นๆ ได้ที่
พญ.ดุลยา ไชยเศรษฐ ประธานชมรม หรือโชตนาคลินิก โทร.081-7163960,053-215561 begin_of_the_skype_highlighting 053-215561 end_of_the_skype_highlighting
หรือชมรายละเอียด ลิงค์นี้ค่ะ
www.saratamlanna.net/index.php?option=com_content&view=article&id=187:tamboon-tamma4&catid=53:slides
สามารถ ร่วมสนับสนุน บัญชี ชมรมสารธรรมล้านนา
ทางธนาคารกสิกรไทยจำกัด สาขาช้างเผือก
บัญชีออมทรัพย์ เลขที่ 279-2-05700-9

องค์บรรยายในงาน ธรรมะเปลี่ยนชีวิต ครั้งที่ 5

1.หลวงตาศิริ อินทฺสิริ หัวข้อบรรยายธรรม:อริยมรรค ทางพ้นทุกข์

2.ดร.สนอง วรอุไร และดร.บรรจบ บรรณ รุจิ ได้ร่วมสนทนาและบรรยายธรรมในหัวข้อ:รู้ทันทวนกระแสโลก

3.หลวงพ่อ ปราโมทย์ ปาโมชฺโช หัวข้อบรรยายธรรม: รู้ทันกันหลง

ขออนุโมทนา บ.ทรีโอ แอดเวอร์ไทซิ่ง แอนด์ มีเดีย จำกัด ช่วยออกแบบโปสเตอร์ ให้ฟรีค่ะ
อาจมีการเปลี่ยนแปลง วันเวลาสถานที่ หัวข้อบรรยาย ผู้บรรยาย ตามความเหมาะสม
โปรดสอบถามหรือติดตามข้อมูล ที่ www.saratamlanna.net ค่ะ

5.โครงการธรรมทัศน์ เพื่อชีวิต
ตาราง โปรแกรมธรรมบรรยาย..."โครงการธรรมทัศน์ เพื่อชีวิต"
ทุกวันศุกร์ที่ 2 ของเดือน ประจำปี 2554 เวลา 13.00น.-15.30น.
ณ.หอธรรมทัศน์ ตึกสงฆ์ ชั้น 5 โรงพยาบาลมหาราชนครเชียงใหม่
จัดโดย..คณะแพทย์ศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่
หมายเหตุ: อาจมีการเปลี่ยนแปลงหัวข้อการบรรยาย,ผู้บรรยาย ตามความเหมาะสม
จอดรถ ที่ลานจอดข้างปั้มน้ำมันปิโตนัส หน้าโรงพยาบาลมหาราชนครเชียงใหม่
มีรถรับส่งจากลานจอดรถถึงตึกสงฆ์อาพาธ ตั้งแต่เวลา 12.00น.-13.00น. และเวลา 15.3
ด่วน!ขอแก้ไข เปลี่ยนวันบรรยายจากวันที่ 13 พฤษภาคม 2554 โดย ดร.สนอง วรอุลัย
เป็นวันที่ 20พฤษภาคม 2554 เนื่องจากวันที่13 เป็นวันพืชมงคล ขออภัยมายังณ ทีนี้ด้วยค่ะ

คลิกลิ้งค์นี้ไปยังเวป http://bit.ly/jHAuKG

ขออนุโมทนา สาธุที่ได้อ่านลงมาจนจบนะคะ สาธุๆๆ

รุ่งฟ้า อุดมวงศ์ (แหวว)

-ห้องธรรมะใจสว่างเชียงดาว
-ชมรมสารธรรมล้านนา
-หจก.เชียงดาวเทค คอมพิวเตอร์
081-8838062 begin_of_the_skype_highlighting 081-8838062 end_of_the_skype_highlighting
WEBMASTER&SUPPORT
http://www.saratamlanna.net/
http://jaisawang.net/
http://jaisawang.multiply.com/
https://picasaweb.google.com/SARATAMLANNA
http://www.youtube.com/user/saratamlanna
http://soundcloud.com/saratamlanna
http://www.4shared.com/u/qxqckkkI/lanna.html
http://chiangdaotech.com/

*สัพทานัง ธรรมทานัง ชินาติ*
*การให้ธรรมะ ชนะการให้ทั้งปวง*

วันอังคารที่ 17 พฤษภาคม พ.ศ. 2554

วิสาขะมาส

ที่มา ข่าวสด

คอลัมน์ ทิ้งหมัดเข้ามุม
จ่าบ้าน



วันนี้เป็นวันวิสาขบูชา วันสำคัญของโลกเป็นวันที่พระพุทธเจ้าประสูติ ตรัสรู้ และปรินิพพาน

ปี นี้กรมส่งเสริมวัฒนธรรม กระทรวงวัฒนธรรม จัดงานสัปดาห์ส่งเสริมพระพุทธศาสนาตั้งแต่วันที่ 11 ถึงวันนี้ 3 แห่ง คือมณฑลพิธีลานอเนกประสงค์ กองทัพภาคที่ 1 กรมทหารราบที่ 11 รักษาพระองค์ ที่วัดสระเกศ และวัดยานนาวา

ตั้งแต่เช้าวันนี้ ทั้งสามแห่งมีการตักบาตรพระสงฆ์ รวมไปถึงพิธีเวียนเทียนทุกวัด

พระ พุทธเจ้าประสูติที่สวน ลุมพินีวันเมื่อวันเพ็ญขึ้น 15 ค่ำ เดือน 6 หรือเดือนวิสาขะ เมื่อ 80 ปีก่อนพุทธศักราช ตรัสรู้ที่อุรุเวลาเสนานิคม แคว้นมคธ เมื่อวันเพ็ญขึ้น 15 ค่ำ เดือนเดียวกัน ก่อนพุทธศักราช 45 ปี และเสด็จดับขันธปรินิพพานที่สาลวโนทยานของมัลลกษัตริย์ กรุงกุสินารา แคว้นมัลละ เมื่อวันเพ็ญขึ้น 15 ค่ำ เดือนวิสาขะเช่นเดียวกัน ก่อนพุทธศักราช 1 ปี วันนี้พุทธศาสนกาลดำรงมาถึงปีที่ 2554 แล้ว

สำหรับ ประเทศไทย กรมส่งเสริมวัฒนธรรมค้นคว้าหลักฐานมาว่า เริ่มต้นครั้งแรกตั้งแต่สมัยกรุงสุโขทัย สันนิษฐานว่าได้รับแบบอย่างจากลังกา ด้วยมีความสัมพันธ์กันใกล้ชิด

หลัก ธรรมในวันวิสาขบูชาที่พุทธศาสนิกชนควรยึดถือและปฏิบัติในชีวิตประจำวัน คือ อริยสัจ 4 หรือความจริง 4 ประการ ที่พระพุทธเจ้าตรัสรู้ในวันวิสาขบูชานี้ ประกอบด้วย

ทุกข์ คือปัญหาของชีวิต ที่เกิดกับการเกิด แก่ เจ็บ ตาย ของมนุษย์ทุกผู้ทุกนาม

สมุทัย คือต้นเหตุแห่งปัญหา หรือสาเหตุการเกิดทุกข์ มีต้นเหตุจากตัณหา ความอยากได้ไม่มีที่สิ้นสุด

นิโรธ คือความดับทุกข์ สามารถดับกิเลส ตัณหาออกไปได้

มรรค คือหนทางที่นำไปสู่การดับทุกข์เพื่อแก้ปัญหาให้บรรลุเป้าหมายตามต้อง การ

หน ทางคือ มรรค มีองค์ 8 ประกอบด้วย 1.สัมมาทิฏฐิ ความเห็นชอบ 2.สัมมาสังกัปปะ ความดำริชอบ 3.สัมมาวาจา เจรจาชอบ 4.สัมมากัมมันตะ ทำการงานชอบ 5.สัมมาอาชีวะ เลี้ยงชีพชอบ 6.สัมมาวายามะ พยายามชอบ 7.สัมมาสติ ระลึกชอบ และ 8.สัมมาสมาธิ ตั้งใจชอบ

ขอพุทธศาสนิกชนทั้งปวงจงพบหนทางแห่งการดับทุกข์เทอญ

วันอาทิตย์ที่ 15 พฤษภาคม พ.ศ. 2554

วิสาขบูชานี้ทำบุญที่ไหนกันดี? ชวนขึ้นเหนือร่วมประเพณี "เตียวขึ้นดอยสุเทพ" ผู้คนแห่ร่วมงานคับคั่ง

ที่มา มติชน



"เตียว" เป็นภาษาถิ่นของภาคเหนือ แปลว่า "เดิน" ในภาคกลางนั่นเอง


ในทุกๆ ปีชาวเชียงใหม่ (ชาวล้านนา) ก็จะมีประเพณี "เตียวขึ้นดอย" หรือเดินขึ้นดอยเพื่อขึ้นไปนมัสการพระธาตุดอยสุเทพ โดยมีระยะทางประมาณ 14 กิโลเมตร ในวันขึ้น 15 ค่ำ เดือน 6 หรือวันวิสาขบูชา ซึ่งในปีนี้ตรงกับวันที่ 17 พ.ค.


ชาวเชียงใหม่และจังหวัดใกล้เคียงจะปฏิบัติเช่นนี้ทุกปี และปฏิบัติกันมายาวนาน ด้วยความเชื่อว่า ทำบุญให้ได้กุศลแรงจะต้องเดินเท้าขึ้นไปทำบุญที่วัด

ผู้คนจะเริ่มเดินในตอนเย็น ประมาณ 2 ทุ่ม ของวันขึ้น 14 ค่ำ (วันที่16พ.ค.) เรื่อยไปจนถึงเช้าของวันขึ้น 15 ค่ำ เดือน 6 โดยจะแวะนมัสการอนุสาวรีย์ครูบาศรีวิชัยเพื่อความเป็นสิริมงคลก่อนเดินขึ้น

ในปีนี้เชื่อว่าจะมีผู้คนทุกสารทิศมาร่วมกิจกรรมกันอย่างหนาแน่น เช่นทุกปีที่ผ่านมา แม้ฝนจะตกตลอดทั้งคืนก็ตาม


ประเพณีเดินขึ้นนมัสการพระธาตุดอยสุเทพ เป็นประเพณีที่ชาวเชียงใหม่ถือปฏิบัติสืบมาเป็นประจำทุปี และเป็นเอกลักษณ์พิเศษของชาวล้านนา ว่ากันว่าประเพณีนี้ เริ่มมาตั้งแต่การเกิดเหตุการณ์ปาฏิหาริย์ที่องค์พระบรมสารีริกธาตุ วัดสวนดอกแยกออกเป็น 2 องค์ ทำให้พระเจ้ากือนา กษัตริย์ผู้ครองราชย์สมัยนั้น คิดหาสถานที่ที่จะสร้างวัดขึ้นเพื่อประดิษฐานพระบรมสารีริกธาตุอีกองค์หนึ่ง จึงทรงทำการเสี่ยงทายในวันวิสาขบูชา และก็ได้วัดพระธาตุดอยสุเทพเป็นที่ประดิษฐาน


ผู้เฒ่าผู้แก่เคยเล่าให้ฟังว่า สมัยก่อนจะถือโคมไฟเพื่อไปบูชาพระธาตุ นำน้ำและอาหารแห้งขึ้นไปทำบุญตักบาตร และจะใช้เวลาเดินทางหลายวัน เนื่องจากการคมนาคมยังไม่สะดวกเหมือนปัจจุบัน ผู้คนจะด้วยเท้าเปล่า ถือประทีป ธูปเทียน เป็นริ้วขบวนยาวต่อเนื่อง ในขบวนประกอบด้วย พระสงฆ์เดินนำหน้าสวดมนต์ และประชาชนเดินตามหลัง พอเดินทางไปถึงก็ขึ้นไปนมัสการวัดพระธาตุดอยสุเทพ หลังจากนั้นก็บำเพ็ญศีล วิปัสสนากรรมฐาน ทำบุญตักบาตรในเช้าวันรุ่งขึ้น แล้วจึงเดินทางกลับ


ปัจจุบันมีความทันสมัยมากขึ้น โดยขบวนของคณะต่างๆ ทั้งตัวแทนหมู่บ้าน บริษัทห้างร้าน องค์กรต่างๆ มาร่วมกิจกรรมด้วย มีการนำอาหารว่าง เครื่องดื่มมาบริการชนิดที่ว่าท้องไม่เคยว่างกันเลยทีเดียว รวมถึงการจำหน่ายของใส่บาตร ระหว่างทางก็จะมีการแสดงและการละเล่นมากมาย ที่มีคนนำมาจัดแสดง เช่น การร้องเพลงจาวเหนือ การตีกลองสะบัดชัย สะล้อ ซอ ซึง และการฟ้อนรำ ตลอดสองข้างทางตามจุดต่างๆ


ช่วงเวลาดังกล่าวไม่อนุญาตให้ขับรถขึ้นไป โดยมีจุดบริการจอดรถให้ ส่วนคนที่เดินขึ้นดอยก็จะมีกลุ่มคนทุกเพศทุกวัย จะได้เห็นตั้งแต่คนแก่เดินถือไม้เท้าค่อยๆ เดิน ไปจนถึงวัยกลางคน คนหนุ่มคนสาว ที่จับกลุ่มเดินหยอกล้อกันไป ไม่ว่าจะเป็นกลุ่มเล็กกลุ่มใหญ่ ปะปนกันไป บางกลุ่มเหนื่อยก็นั่งพักบริเวณริมสองข้างทาง


ประเพณีดังกล่าวรับรองได้ว่าสนุก แถมยังได้รับกุศลผลบุญอย่างแรงกล้า แต่ต้องบอกว่าอดทนเท่านั้นถึงจะเดินไหว และภายหลังมานี้ได้มีนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติและต่างจังหวัดไกลๆ เข้าร่วมเป็นจำนวนมาก โดยเฉพาะช่วงหยุดยาวแบบปีนี้ แต่ขอเตือนว่าคนเยอะมาก และเยอะจริงๆ


อย่างไรก็ตาม หากใครไม่มีเวลามากพอ หรือไม่อยากไปทำบุญไกลถึงเชียงใหม่ ในแต่ละจังหวัดก็มีกิจกรรมทำบุญเนื่องในวันวิสาขบูชาเช่นกัน หรืออาจจะทำบุญตักบาตรในตอนเช้าพร้อมกันในครอบครัว ส่วนตอนเย็นก็เวียนเทียนที่วัดใกล้บ้าน

วันอังคารที่ 10 พฤษภาคม พ.ศ. 2554

วิธีเจริญจิตภาวนาตามแนวการสอนของ หลวงปู่ดูลย์ อตุโล

ที่มา หลวงปู่ดูลย์ อตุโล

หลวงปู่ดูลย์ อตุโล




ชนม์ดับ มิกลับหลัง คุณะยัง ประทับนาน

ซาบซึ้ง ณ ดวงมาน บริสุทธ์ สงบเย็น

วิธีเจริญจิตภาวนา


วิธีเจริญจิตภาวนาตามแนวการสอนของ หลวงปู่ดูลย์ อตุโล

๑. เริ่มต้นอริยาบถที่สบาย ยืน เดิน นั่ง นอน ได้ตามสะดวก
ทำความรู้ตัวเต็มที่ และ รู้อยู่กับที่ โดยไม่ต้องรู้อะไร คือ รู้ตัว อย่างเดียว

รักษาจิตเช่นนี้ไว้เรื่อยๆ ให้ "รู้อยู่เฉยๆ" ไม่ต้องไปจำแนกแยกแยะ อย่าบังคับ อย่าพยายาม อย่าปล่อยล่องลอยตามยถากรรม

เมื่อ รักษาได้สักครู่ จิตจะคิดแส่ไปในอารมณ์ต่างๆ โดยไม่มีทางรู้ทันก่อน เป็นธรรมดาสำหรับผู้ฝึกใหม่ ต่อเมื่อจิตแล่นไป คิดไปในอารมณ์นั้นๆ จนอิ่มแล้ว ก็จะรู้สึกตัวขึ้นมาเอง เมื่อรู้สึกตัวแล้วให้พิจารณาเปรียบเทียบภาวะของตนเอง ระหว่างที่มีความรู้อยู่กับที่ และระหว่างที่จิตคิดไปในอารมณ์ว่ามีความแตกต่างกันอย่างไร เพื่อเป็นอุบายสอนจิตให้จดจำ

จาก นั้น ค่อยๆ รักษาจิตให้อยู่ในสภาวะรู้อยู่กับที่ต่อไป ครั้นพลั้งเผลอรักษาไม่ดีพอ จิตก็จะแล่นไปเสวยอารมณ์ข้างนอกอีก จนอิ่มแล้ว ก็จะกลับรู้ตัว รู้ตัวแล้วก็พิจารณา และรักษาจิตต่อไป

ด้วย อุบายอย่างนี้ ไม่นานนัก ก็จะสามารถควบคุมจิตได้ และบรรลุสมาธิในที่สุด และจะเป็นผู้ฉลาดใน "พฤติแห่งจิต" โดยไม่ต้องไปปรึกษาหารือใคร

ข้อ ห้าม ในเวลาจิตฟุ้งเต็มที่ อย่าทำ เพราะไม่มีประโยชน์ และยังทำให้บั่นทอนพลังความเพียร ไม่มีกำลังใจในการเจริญจิตครั้งต่อๆ ไป

ในกรณีที่ไม่สามารถทำเช่นนี้ ให้ลองนึกคำว่า "พุทโธ" หรือ คำอะไรก็ได้ที่ไม่เป็นเหตุเย้ายวน หรือเป็นเหตุขัดเคืองใจ นึกไปเรื่อยๆ แล้วสังเกตดูว่า คำที่นึกนั้น ชัดที่สุดที่ตรงไหน ที่ตรงนั้นแหละคือฐานแห่งจิต

พึงสังเกตว่า ฐานนี้ไม่อยู่คงที่ตลอดกาล บางวันอยู่ที่หนึ่ง บางวันอยู่อีกที่หนึ่ง

ฐานแห่งจิตที่คำนึงพุทโธปรากฏชัดที่สุดนี้ ย่อมไม่อยู่ภายนอกกายแน่นอน ต้องอยู่ภายในกายแน่ แต่เมื่อพิจารณาดูให้ดีแล้ว จะเห็นว่าฐานนี้จะว่าอยู่ที่ส่วนไหนของร่างกายก็ไม่ถูก ดังนั้น จะว่าอยู่ภายนอกก็ไม่ใช่ จะว่าอยู่ภายในก็ไม่เชิง เมื่อเป็นเช่นนี้ แสดงว่าได้กำหนดถูกฐานแห่งจิตแล้ว

เมื่อกำหนดถูก และพุทโธปรากฏในมโนนึกชัดเจนดี ก็ให้กำหนดนึกไปเรื่อย อย่าให้ขาดสายได้

ถ้าขาดสายเมื่อใด จิตก็จะแล่นสู่อารมณ์ทันที

เมื่อ เสวยอารมณ์อิ่มแล้ว จึงจะรู้สึกตัวเองก็ค่อยๆ นึกพุทโธต่อไป ด้วยอุบายวิธีในทำนองเดียวกับที่กล่าวไว้เบื้องต้น ในที่สุดก็จะค่อยๆ ควบคุมจิตให้อยู่ในอำนาจได้เอง

ข้อควรจำ ในการกำหนดจิตนั้น ต้องมีเจตจำนงแน่วแน่ ในอันที่จะเจริญจิตให้อยู่ในสภาวะที่ต้องการ

เจตจำนงนี้ คือ ตัว "ศีล"

การบ ริกรรม "พุทโธ" เปล่าๆ โดยไร้เจตจำนงไม่เกิดประโยชน์อะไรเลย กลับเป็นเครื่องบั่นทอนความเพียร ทำลายกำลังใจในการเจริญจิตในคราวต่อๆ ไป

แต่ถ้าเจตจำนงมั่นคง การเจริญจิตจะปรากฏผลทุกครั้งไม่มากก็น้อยอย่างแน่นอน

ดัง นั้น ในการนึก พุทโธ การเพ่งเล็งสอดส่อง ถึงความชัดเจน และความไม่ขาดสายของพุทโธ จะต้องเป็นไปด้วยความไม่ลดละ

เจต จำนงที่มีอยู่อย่างไม่ลดละนี้ หลวงปู่เคย เปรียบไว้ว่า มีลักษณาการประหนึ่งบุรุษหนึ่งจดจ้องสายตาอยู่ที่คมดาบที่ข้าศึกเงื้อขึ้น สุดแขนพร้อมที่จะฟันลงมา บุรุษผู้นั้นจดจ้องคอยทีอยู่ว่า ถ้าคมดาบนั้นฟาดฟันลงมา ตนจะหลบหนีประการใดจึงจะพ้นอันตราย

เจต จำนงต้องแน่วแน่เห็นปานนี้ จึงจะยังสมาธิให้บังเกิดได้ ไม่เช่นนั้นอย่าทำให้เสียเวลา และบั่นทอนความศรัทธาตนเองเลย

เมื่อ จิตค่อยๆ หยั่งลงสู่ความสงบทีละน้อย ๆ อาการที่จิตแล่นไปสู่อารมณ์ภายนอก ก็ค่อย ๆ ลดความรุนแรงลง ถึงไปก็ไปประเดี๋ยวประด๋าว ก็รู้สึกตัวได้เร็ว ถึงตอนนี้คำบริกรรมพุทโธ ก็จะขาดไปเอง เพราะคำบริกรรมนั้นเป็นอารมณ์หยาบ เมื่อจิตล่วงพ้นอารมณ์หยาบ และคำบริกรรมขาดไปแล้ว ไม่ต้องย้อนถอยมาบริกรรมอีก เพียงรักษาจิตไว้ในฐานที่กำหนดเดิมไปเรื่อยๆ และสังเกตดูความรู้สึกและ "พฤติแห่งจิต" ที่ฐานนั้น ๆ

บริกรรมเพื่อรวมจิตให้เป็นหนึ่ง สังเกตดูว่า ใครเป็นผู้บริกรรมพุทโธ

๒. ดูจิตเมื่ออารมณ์สงบแล้ว ให้สติจดจ่ออยู่ที่ฐานเดิมเช่นนั้น เมื่อมีอารมณ์อะไรเกิดขึ้น ก็ให้ละอารมณ์นั้นทิ้งไป มาดูที่จิตต่อไปอีก ไม่ต้องกังวลใจ พยายามประคับประคองรักษาให้จิตอยู่ในฐานที่ตั้งเสมอๆ สติคอยกำหนดควบคุมอยู่อย่างเงียบๆ (รู้อยู่) ไม่ต้องวิจารณ์กิริยาจิตใดๆ ที่เกิดขึ้น เพียงกำหนดรู้แล้วละไปเท่านั้น เป็นไปเช่นนี้เรื่อยๆ ก็จะค่อยๆ เข้าใจกิริยาหรือพฤติแห่งจิตได้เอง (จิตปรุงกิเลส หรือ กิเลสปรุงจิต)

ทำความเข้าใจในอารมณ์ความนึกคิด สังเกตอารมณ์ทั้งสาม คือ ราคะ โทสะ โมหะ

๓. อย่าส่งจิตออกนอก กำหนดรู้อยู่ในอารมณ์เดียวเท่านั้น อย่าให้ซัดส่ายไปในอารมณ์ภายนอก เมื่อจิตเผลอคิดไปก็ให้ตั้งสติระลึกถึงฐานกำหนดเดิม รักษาสัมปชัญญะให้สมบูรณ์อยู่เสมอ (รูปนิมิตให้ยกไว้ ส่วนนามนิมิตทั้งหลายอย่าได้ใส่ใจกับมัน)

ระวัง จิตไม่ให้คิดเรื่องภายนอก สังเกตการหวั่นไหวของจิตตามอารมณ์ที่รับมาทางอายตนะ ๖

๔. จงทำญาณให้เห็นจิต เหมือนดั่งตาเห็นรูป เมื่อ เราสังเกตกิริยาจิตไปเรื่อย ๆ จนเข้าใจถึงเหตุปัจจัยของอารมณ์ความนึกคิดต่างๆ ได้แล้ว จิตก็จะค่อย ๆ รู้เท่าทันการเกิดของอารมณ์ต่างๆ อารมณ์ความนึกคิดต่างๆ ก็จะค่อยๆ ดับไปเรื่อยๆ จนจิตว่างจากอารมณ์ แล้วจิตก็จะเป็นอิสระ อยู่ต่างหากจากเวทนาของรูปกาย อยู่ที่ฐานกำหนดเดิมนั่นเอง การเห็นนี้เป็นการเห็นด้วยปัญญาจักษุ

คิดเท่าไหร่ก็ไม่รู้ ต่อเมื่อหยุดคิดจึงรู้ แต่ต้องอาศัยการคิด

๕. แยกรูปถอด ด้วยวิชชา มรรคจิต เมื่อสามารถเข้าใจได้ว่า จิต กับ กาย อยู่ คนละส่วนได้แล้ว ให้ดูที่จิตต่อไปว่า ยังมีอะไรหลงเหลืออยู่ที่ฐานที่กำหนด (จิต) อีกหรือไม่ พยายามให้สติสังเกตดูที่ จิต ทำความสงบอยู่ใน จิต ไปเรื่อยๆ จนสามารถเข้าใจ พฤติของจิต ได้อย่างละเอียดลออตามขั้นตอน เข้าใจในความเป็นเหตุเป็นผลกันว่า เกิดจากความคิดมันออกไปจากจิตนี่เอง ไปหาปรุงหาแต่ง หาก่อ หาเกิด ไม่มีที่สิ้นสุด มันเป็นมายาหลอกลวงให้คนหลง แล้วจิตก็จะเพิกถอนสิ่งที่มีอยู่ในจิตไปเรื่อยๆ จนหมด หมายถึงเจริญจิตจนสามารถเพิกรูปปรมาณูวิญญาณที่เล็กที่สุดภายในจิตได้

คำว่า แยกรูปถอด นั้น หมายความถึง แยกรูปวิญญาณ นั่นเอง

๖. เหตุต้องละ ผลต้องละ เมื่อเจริญจิตจนปราศจากความคิดปรุงแต่งได้แล้ว (ว่าง) ก็ไม่ ต้องอิงอาศัยกับกฎเกณฑ์แห่งความเป็นเหตุเป็นผลใด ๆ ทั้งสิ้น จิตก็อยู่เหนือภาวะแห่งคลองความคิดนึกต่างๆ อยู่เป็นอิสระ ปราศจากสิ่งใดๆ ครอบงำอำพรางทั้งสิ้น

เรียกว่า "สมุจเฉทธรรมทั้งปวง"

๗. ใช้หนี้--ก็หมด พ้นเหตุเกิด เมื่อเพิกรูปปรมาณูที่เล็กที่สุดเสียได้ กรรมชั่วที่ประทับ บรรจุ บันทึก ถ่ายภาพ ติดอยู่กับรูปปรมาณูนั้น ก็หมดโอกาสที่จะให้ผลต่อไปในเบื้องหน้า การเพิ่มหนี้ก็เป็นอันสะดุดหยุดลง เหตุปัจจัยภายนอกภายในที่มากระทบ ก็เป็นสักแต่ว่ามากระทบ ไม่มีผลสืบเนื่องต่อไป หนี้กรรมชั่วที่ได้ทำไว้ตั้งแต่ชาติแรก ก็เป็นอันได้รับการชดใช้หมดสิ้น หมดเรื่องหมดราวหมดพันธะผูกพันที่จะต้องเกิดมาใช้หนี้กรรมกันอีก เพราะ กรรมชั่วอันเป็นเหตุให้ต้องเกิดอีก ไม่อาจให้ผลต่อไปได้ เรียกว่า "พ้นเหตุเกิด"

๘. ผู้ที่ตรัสรู้แล้ว เขาไม่พูดหรอกว่า เขารู้อะไร เมื่อธรรมทั้งหลายได้ถูกถ่ายทอดไปแล้ว สิ่งที่เรียกว่า ธรรม จะเป็นธรรมไปได้อย่างไร สิ่งที่ว่า ไม่มีธรรม นั่นแหละมันเป็นธรรมของมันในตัว (ผู้รู้น่ะจริง แต่สิ่งที่รู้ทั้งหลายนั้นไม่จริง)

เมื่อจิตว่างจาก "พฤติ" ต่างๆ แล้ว จิตก็จะถึง ความว่างที่แท้จริง ไม่มีอะไรให้สังเกตได้อีกต่อไป จึงทราบได้ว่าแท้ที่จริงแล้ว จิต นั้นไม่มีรูปร่าง มันรวมอยู่กับความว่าง ในความว่างนั้น ไม่มีขอบเขต ไม่มีประมาณ ซาบซึมอยู่ในสิ่งทุกๆ สิ่ง และจิตกับผู้รู้เป็นสิ่งเดียวกัน

เมื่อ จิตกับผู้รู้เป็นสิ่งเดียวกัน และเป็นความว่าง ก็ย่อมไม่มีอะไรที่จะให้อะไรหรือให้ใครรู้ถึง ไม่มีความเป็นอะไรจะไปรู้สภาวะของอะไร ไม่มีสภาวะของใครจะไปรู้ความมีความเป็นของอะไร

เมื่อเจริญจิตจนเข้าถึงสภาวะเดิมแท้ของมันได้ดังนี้แล้ว "จิตเห็นจิตอย่างแจ่มแจ้ง" จิตก็จะอยู่เหนือสภาวะสมมุติบัญญัติทั้งปวง เหนือความมีความเป็นทั้งปวง มันอยู่เหนือคำพูด และพ้นไปจากการกล่าวอ้างใดๆ ทั้งสิ้น เป็นธรรมชาติอันบริสุทธิ์และสว่าง รวมกันเข้ากับความว่างอันบริสุทธิ์และสว่างของ จักรวาลเดิม เข้าเป็นหนึ่งเรียกว่า "นิพพาน"

โดยปกติ คำสอนธรรมะของหลวงปู่ดูลย์ อตุโล นั้น เป็นแบบ "ปริศนาธรรม" มิใช่เป็นการบรรยายธรรม ฉะนั้น คำสอนของท่านจึงสั้น จำกัดในความหมายของธรรม เพื่อไม่ให้เฝือหรือฟุ่มเฟือยมากนัก เพราะจะทำให้สับสน เมื่อผู้ใดเป็นผู้ปฏิบัติธรรม เขาย่อมเข้าใจได้เองว่า กิริยาอาการของจิตที่เกิดขึ้นนั้นมีมากมายหลายอย่าง ยากที่จะอธิบายให้ได้หมด ด้วยเหตุนั้น หลวงปู่ท่านจึงใช้คำว่า "พฤติของจิต" แทนกิริยาทั้งหลายเหล่านั้น

คำว่า "ดูจิต อย่าส่งจิตออกนอก ทำญาณให้เห็นจิต" เหล่า นี้ ย่อมมีความหมายครอบคลุมไปทั้งหมดตลอดองค์ภาวนา แต่เพื่ออธิบายให้เป็นขั้นตอน จึงจัดเรียงให้ดูง่ายเท่านั้น หาได้จัดเรียงไปตามลำดับกระแสการเจริญจิตแต่อย่างใดไม่

ท่าน ผู้มีจิตศรัทธาในทางปฏิบัติ เมื่อเจริญจิตภาวนาตามคำสอนแล้ว ตามธรรมดาการปฏิบัติในแนวนี้ ผู้ปฏิบัติจะค่อยๆ มีความรู้ความเข้าใจได้ด้วยตนเองเป็นลำดับๆ ไป เพราะมีการใส่ใจสังเกตและกำหนดรู้ "พฤติแห่งจิต" อยู่ตลอดเวลา แต่ถ้าหากเกิดปัญหาในระหว่างการปฏิบัติ ควรรีบเข้าหาครูบาอาจารย์ฝ่ายวิปัสสนาธุระโดยเร็ว หากประมาทแล้วอาจผิดพลาดเป็นปัญหาตามมาภายหลัง เพราะคำว่า "มรรคปฏิปทา" นั้น จะต้องอยู่ใน "มรรคจิต" เท่านั้น มิใช่มรรคภายนอกต่างๆ นานาเลย

การ เจริญจิตเข้าสู่ที่สุดแห่งทุกข์นั้น จะต้องถึงพร้อมด้วย วิสุทธิศีล วิสุทธิธรรม พร้อมทั้ง ๓ ทวาร คือ กาย วาจา ใจ จึงจะยังกิจให้ลุล่วงถึงที่สุดแห่งทุกข์ได้

หลวงปู่ฝากไว้

หลวงปู่ดูลย์ อตุโล