พระพุทธประวัติแบบรวม

ลพ.ปราโมทย์ ปาโมชฺโช:รู้ทันกันหลง540731

หลวงพ่อธี:อนัตตาสุดยอด 54-07-02

ปรุะวัติถ้ำเมืองนะ ต.เมืองนะ อ.เชียงดาว จ.เชียงใหม่

วิดีโอสอนการทำน้ำหมักป้าเช็ง SuperCheng TV ฉบับเต็ม 1.58 ชม.

วันศุกร์ที่ 9 พฤศจิกายน พ.ศ. 2555

ดังตฤณวิสัชนา ฉบับเปิดกรุ - ฉบับที่ ๑๕๙

ที่มา dharma at hand


ถาม - เคยศึกษามาว่าผู้ที่จะเข้าถึงความเป็นพระอรหันต์นั้น ต้องบำเพ็ญบารมี ๑๐ ให้เต็ม
จึงอยากทราบว่า "บารมีเต็ม" มีลักษณะอย่างไรและจะรู้ได้อย่างไรว่าบำเพ็ญบารมีได้เต็มแล้วครับ
dungtrin_gru2a
วัดเอาด้วยสภาพความรู้สึกทางใจครับ
ถ้าใจรู้สึกเปิด เบิกบาน เห็นคนและสัตว์ตกทุกข์แล้วมีใจคิดช่วยโดยอัตโนมัติ
หรืออยู่ๆแต่ละวันนึกอยากให้ ไม่ให้อะไรเลยเหมือนขาด เหมือนละเลยไม่ทำกิจที่ควร
อย่างนี้เรียกว่าทานบารมีเริ่มเข้าขั้นแล้วในชีวิตปัจจุบัน
และเป็นทำนองเดียวกับบารมีอื่นๆ
เช่นวิริยะ ถ้ารู้สึกว่าตั้งแต่ตื่นถึงเวลาหลับ
มีแต่ความกระตือรือร้นอยากทำนั่นทำนี่
(ถ้าเป็นสงฆ์ก็คืออยากเดินจงกรม นั่งสมาธิ พิจารณากายใจ
พิจารณาอาหาร พิจารณาความตาย ฯลฯ)
เป็นอยู่อย่างนั้นอย่างต่อเนื่อง
ถ้าเกิดอารมณ์เกียจคร้าน หรือมีกิจ หรือเป็นไข้ไม่สบายให้ต้องชะงักความเพียร
ก็จะไม่สบายใจขึ้นมาอย่างมาก
คนที่มีบารมีด้านต่างๆมาเป็นทุนอยู่ก่อน
จะรู้สึกทำบารมีด้านหนึ่งๆง่าย สบายๆ
แต่อันนี้ก็มีเหตุปัจจัยแทรกได้เหมือนกัน
เช่นถ้าทำปาณาติบาตไว้มากๆ อาจเป็นผลให้เจ็บออดๆแอดๆ
ลดทอนกำลังใจในการบำเพ็ญวิริยะบารมีลงไปได้
ส่วนที่ว่าบารมีทั้งหมดเต็มหรือยัง จะทราบได้อย่างไร
ก็ต้องเพียรพิจารณาจนจิตเห็นกายใจเป็นไตรลักษณ์เป็นปกติ
กิเลสขาดเมื่อไหร่ก็รู้เมื่อนั้นครับว่าเต็มแล้ว
ความจริงวัดด้วยกำลังคืออินทรีย์ ๕
ศรัทธา วิริยะ สมาธิ สติ ปัญญาก็พอ ไม่ต้องไกลขนาดบารมี ๑๐ ก็ได้
แต่ถ้าพร่องบารมี ๑๐ เช่นเรื่องทาน
ก็ทำให้จิตใจแห้งแล้ง ไม่เหมาะกับมรรคผลจริงๆ
ที่มา http://www.larndham.net/cgi-bin/kratoo.pl/001576.htm?2#2

ไม่มีความคิดเห็น: